ภาคการศึกษา

Constructionism ในภาคการศึกษานับเป็นจุดเริ่มต้นแรกของโครงการ Constructionism ในประเทศไทย นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ในฐานะประธานมูลนิธิศึกษาพัฒน์ได้เชิญ อาจารย์ซีมัวร์ แพบเพิร์ธ (Professor Seymour Papert) และคณะนักการศึกษาจาก Media Lab สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา มาสังเกตการณ์การเรียนรู้ ครั้งนั้นอาจารย์ซีมัวร์ แพบเพิร์ธ และคณาจารย์คนสำคัญๆ ได้กล่าวว่า เด็กไทยไม่ได้มีปัญหาในการเรียนรู้แต่อย่างใด เด็กๆ เรียนรู้ได้เร็ว และมีความคิดสร้างสรรค์ที่น่าสนใจมาก ขาดเพียงแค่โอกาสในการเรียนรู้และการแสดงออกที่เหมาะสม จึงได้เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการความร่วมมือระหว่างมูลนิธิศึกษาพัฒน์ และ อาจารย์ซีมัวร์ แพบเพิร์ธ ในชื่อโครงการ Lighthouse Project หรือชื่อไทยว่า โครงการประภาคารแห่งปัญญา

โครงการประภาคารแห่งปัญญา มีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นตัวอย่างทางการจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ที่จะเป็นเสมือนแสงนำทางให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา ดังเช่น แสงไฟจากประภาคารส่องนำทิศทางให้เรือในท้องทะเล นับเป็นจุดเริ่มต้นภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อนสร้างความเปลี่ยนแปลงในการเรียนรู้ให้กับประเทศไทยนับแต่นั้นเป็นต้นมา

โครงการ Costructionism ได้เริ่มต้นขึ้นในภาคการศึกษาทั้งภายในระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยการนำของคณะศิษยานุศิษย์ที่ได้มีโอกาสเรียนรู้จาก อาจารย์ซีมัวร์ แพบเพิร์ธ โดยตรงในขณะที่ท่านเดินทางมาประเทศไทย นำโดย ดร.สุชิน เพ็ชรักษ์ และ คุณแบงกอก เชาวน์ขวัญยืน โดยการสนับสนุนของคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ทางโครงการได้มีการจัดการอบรมครู วิธีการนำเข้าไปปรับใช้ในสถาบันการศึกษาในระบบ และการศึกษานอกโรงเรียน

การดำเนินการปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนในระยะแรก พบแรงต้านและอุปสรรคมากมาย ครูรุ่นบุกเบิกจากหลากหลายโรงเรียนได้เรียนรู้ว่า ความรู้ด้านการจัดการเรียนการสอนแบบใหม่นั้น ต้องการระบบการบริหารจัดการและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่สอดคล้องกันด้วย จึงจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ในปี พ.ศ. 2544 ทางมูลนิธิศึกษาพัฒน์ได้จัดตั้งโรงเรียนดรุณสิกขาลัยขึ้น ภายใต้การกำกับของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อเป็นโรงเรียนต้นแบบการเรียนรู้แบบ Constructionism ในประเทศไทย เป็นตัวอย่างของระบบสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนรู้ให้เป็นแบบ Constructionism อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในปัจจุบันมีโรงเรียนที่นำรูปแบบการเรียนรู้แบบนี้ ไปประยุกต์ใช้ในบริบทของตนเองอย่างแพร่หลายและเป็นที่รู้จักมากขึ้น

สมาชิกเครือข่ายในปัจจุบัน

No. รายชื่อสถาบัน ที่อยู่ ติดต่อ
1 โรงเรียนดรุณสิกขาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
เลขที่ 126 ถนนประชาอุทิศ บางมด ทุ่งครุ กทม. 10140
02-4708315-16, 02-4708318
http://e-school.kmutt.ac.th/
2 โรงเรียนบ้านสันกำแพง โรงเรียนบ้านสันกำแพง 52/4 หมู่ 8 ต.สันกำแพง
อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ 50130
www.bsk.ac.th
3 โรงเรียนบ้านสามขา 129 หมู่ 6 ตำบลหัวเสือ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง รหัสไปรษณีย์ 52150 054-260238
4 รร. วัดเขียนเขต 43/1 หมู่ที่ 2 ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี
จังหวัดปทุมธานี 12130
02-5331119
5 วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด (V-ChEPC) วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด
เลขที่ 234 ถนนราษฎร์บำรุง ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
038-026479
038-034657
www.kat.ac.th
6 โรงเรียนเทศบาล ๕ (บ้านศรีบุญเรือง) วิ 29 ถ.มนตรี ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง
7 โรงเรียนเทศบาล 7 (ศิรินาวินวิทยา) สำนักการศึกษา เทศบาลนครลำปาง
130 ซ. สุขสวัสดิ์ 1 ต. พระบาท อ. เมือง จ. ลำปาง 52000
8 สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 254 อาคารศศปาฐศาลา ซอยจุฬา 12 ถนนพญาไท กรุงเทพ 10330 02 216 8833
9 โรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา โรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57240 053 767 112
10 โรงเรียนบ้านพญาไพร หมู่ที่ 6 บ้านพญาไพรเล่าจอ ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย 57110
11 โรงเรียนบ้านเทศบาล 4 (บ้านเชียงราย) เลขที่ 399/1 ถนนรอบเวียง ตำบลสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52100 054-217-536
www.ms4lp.ac.th

โปรเจคที่เคยทำร่วมกับภาคการศึกษา

โรงเรียนดรุณสิกขาลัย

โรงเรียนดรุณสิกขาลัยก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2544 บนพื้นฐานของทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญา (Constructionism) โดยมีภารกิจหลัก 3 ประการ คือ ผลิตนักเรียนพันธุ์ใหม่ ผลิตครูพันธุ์ใหม่ และเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาที่บูรณาการด้วยเทคโนโลยี วิชาการ ศิลปะ วัฒนธรรม ความเป็นไทย ศีลธรรมจรรยา เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ดรุณสิกขาลัย เป็นโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน, การบริหารจัดการองค์กรแบบมีส่วนร่วม การวัดผลตามสภาพจริง และการสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยใช้ระบบ Portfolio นักเรียนที่ผ่านการเรียนการสอนด้วยระบบนี้ต่างประสบความสำเร็จในด้านการเรียนรู้ การค้นพบตนเองและพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันมีนักเรียนเข้าสู่การศึกษาในระดับอุดมศึกษา ด้วยการนำเสนอ Portfolio ที่โดดเด่นและเต็มไปด้วยประสบการณ์จริงในการทำโครงการ และมีความสนใจในอาชีพที่เด่นชัด ขณะนี้โรงเรียนดรุณสิกขาลัยดำเนินการมากว่า 20 ปีแล้ว มีทั้งนักเรียนที่สามารถเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ในสถาบันที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ และสามารถเข้าทำงานในสถาบันระดับประเทศและนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ดรุณสิกขาลัยยังเป็นศูนย์บ่มเพาะให้ผู้ที่สนใจเรื่อง Constructionism มาร่วมเรียนรู้เพื่อขยายผลต่อไปยังภาคส่วนอื่นๆ เช่น ภาคอุตสาหกรรม ชุมชนและโรงเรียนในต่าง เป็นแหล่งการเรียนรู้และสถานที่ฝึกงานให้กับนักศึกษาครูจากสถาบันการศึกษาที่เป็นเครือข่ายที่มีความสนใจในด้านนี้ เป็นแหล่งการเรียนรู้สำหรับการดูงาน ให้บริการวิชาการและการพัฒนาครูรุ่นใหม่ (ครูสายพันธุ์ใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน) หรือแม้แต่การรับเป็นสถาบันพี่เลี้ยง สำหรับบุคลากรจากภาคเอกชน ที่มีความสนใจในการพัฒนาการเรียนรู้ (Learning and Development) และการพัฒนาบุคลากรโดยใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้สมัยใหม่อย่างต่อเนื่อง

การเป็นผู้นำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเครือข่ายทางด้านนวัตกรรมทางการศึกษาและร่วมผลักดันการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ของคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยาและคณะครูของโรงเรียนดรุณสิกขาลัย ทำให้โรงเรียนเป็นที่สนใจและยอมรับในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญาที่นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการทำโครงงานตามความสนใจ ที่ผสานด้วยเทคโนโลยีและคุณธรรมจริยธรรมและความสามารถในการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นกัลยาณมิตร กระทั้งคุรุสภาประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติคุณให้ คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา เป็นหนึ่งในผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติประจำปี 2550

โรงเรียนบ้านสันกำแพง

โรงเรียนบ้านสันกำแพงได้นำแนวคิดด้าน Constructionism ไปปรับใช้ที่โรงเรียนโดยมีเป้าหมายที่จะมุ่งพัฒนาให้นักเรียนมีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลเมืองโลก เปิดโอกาศให้นักเรียนได้คิดและแก้ปัญหาด้วยตนเอง ศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้สื่อและเทคโนโลยีต่างๆโดยอิสระ มีคุณครูคอยทำหน้าที่เป็น Facilitator จัดเตรียมกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนในและความถนัดของนักเรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และเป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำและชี้แนะข้อบกพร่องของนักเรียน จากเป้าหมายดังกล่าวนำมาสู่การพัฒนาปรับปรุงเกิดขึ้นเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการทำโครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning) ด้วยกระบวณการจัดการเรียนรู้ 5S ตามทฤษฏี Constructionism (5S: steps to Constructionism) ที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนบ้านสันกำแพง โดยใน 5 ขั้นตอนนี้ประกอบด้วย Sparking (จุดประกายความคิด), Searching (สะกิดให้ค้นคว้า), Studying (นำพาสู่การปฏิบัติ), Summerizing (จัดองค์ความรู้), Showing and Sharing (นำเสนอควบคู่การประเมิน) การจัดกระบวณการเรียนรู้ดังกล่าวสามารถส่งเสริมนักเรียนให้มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ในการหาความรู้ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กล้าแสดงออก และมีพื้นฐานในการประกอบอาชีพเพื่อหารายได้ระหว่างเรียน อีกทั้งโรงเรียนบ้านสันกำแพงยังเปิดเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการจัดการเรียนรู้แก่หน่วยงานหรือผู้ที่สนใจจนเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

โรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านเชียงราย)

โรงเรียนเทศบาล 4 ได้เริ่มนำแนวคิดการจัดการเรียนการสอนแบบ Constructionism มาปรับใช้ในโรงเรียนให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนตั้งแต่ปี 2549 ด้วยเป้าหมายที่ต้องการให้ผู้เรียนเป็นมนุษย์แห่งการเรียนรู้ที่อยู่ในองค์กรแห่งการเรียนรู้และนำไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ การใช้กิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการทำโครงงาน เป็นสื่อให้เด็กได้คิด ได้ทำและแสวงหาความรู้ด้วยตนเองตามความสนใจอย่างแท้จริง ซึ่งนักเรียนจะทำโครงงานภาคเรียนละ 1 โครงงาน ระยะเวลาดำเนินงาน 1 เดือน และบูรณาการ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้เข้าด้วยกัน เป็นโครงงานที่มีการร่วมมือระหว่างนักเรียน คุณครู ผู้ปกครอง และผู้ที่ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน จากการบูรณาการนี้ ทำให้พบว่าทุกฝ่ายหลังได้เรียนรู้ร่วมกัน สามารถค้นพบวิธีการเรียนรู้ของตนเองและสามารถนำมาเพิ่มเติมศักยภาพตรเอง พัฒนา 7Qและเรียนรู้อย่างมีความสุขได้ ปัจจุบันโรงเรียนได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ามาแลกเปลี่ยนและสนับสนุนการเรียนรู้ร่วมกันในเรื่อง Constructionism เป็นจำนวนมากกว่า 64 องค์กรนับตั้งแต่ดำเนินการมา

โรงเรียนขนาดเล็กในกลุ่มเสี่ยง

ในปี พ.ศ. 2551 จากปัญหาของการเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจากการโดนยุบ เนื่องจากจำนวนนักเรียนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดปัญหาคุณครูไม่เพียงพอต่อจำนวนชั้นเรียนของนักเรียน ครู 1 คนต้องสอนนักเรียนมากกว่า 2 ชั้นในเวลาเดียวกัน ทำให้เกิดโครงการช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็กขึ้น จำนวน 3 โรงเรียน คือ โรงเรียนบ้านสามขา โรงเรียนบ้านนาดู่ และโรงเรียนบ้านนาบง เพื่อลดภาระครูผู้สอนด้วยการนำกระบวนการการเรียนการสอนผ่านโครงงาน (Project Based Learning) และประเมินตามสภาพจริงทั้งกระบวนการทำงานและชิ้นงาน (Process and Product) โดยการจัดการเรียนการสอนแบบนี้ จะเป็นการบูรณาการร่วมกันทุกฝ่าย โดยนักเรียนจะมีครู ผู้ปกครอง และผู้ทรงคุณวุฒิในชุมชนร่วมเป็นวิทยากรให้กับนักเรียน โดยมีการสนับสนุนด้านงบประมาณจากมูลนิธิศึกษาพัฒน์และมูลนิธิไทยคม การจัดการเรียนการการสอนลักษณะนี้สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้จริง และปัจจุบันก็เป็นแบบอย่างให้ชุมชนอื่นที่ประสบกับปัญหาคล้ายกัน

วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด โครงการ V-ChEPC

โครงการ V-ChEPC เกิดขึ้นในปี 2551 ณ วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสถาบันปิโตเลียมแห่งประเทศไทย มูลนิธิศึกษาพัฒน์และสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา จัดหลักสูตรเพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ในงานเกี่ยวกับสาขาปิโตรเคมี ทั้งพนักงานของสถานประกอบการเอง และนักศึกษาระดับชั้น ปวช. ให้เป็นผู้ที่มีศักยภาพในการทำงานด้านปิโตรเคมี โครงการนี้ใช้โครงสร้างหลักสูตรเหมือนกับที่สถานประกอบการใช้พัฒนาพนักงาน และนำแนวคิด Constructionism ผ่าน Learning tools ต่างๆ เช่น Meditation, MicroWorlds, Photojournalism และ LEGO-Logo เข้าไปบูรณาการร่วม โดยมีพนักงานในสถานประกอบการจริงและครูของวิทยาลัยทำหน้าที่เป็น Facilitator คอยดูแล และใช้โรงงานปิโตรเคมีในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นโรงเรียน ทำให้นอกเหนือจากที่ผู้เรียนจะได้รับความรู้และประสบการณ์จากสิ่งที่เรียนรู้ ผู้เรียนยังรู้จักเรียนรู้ด้วยตนเอง รู้จักตั้งคำถาม และเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีมอย่างเป็นกัลยาณมิตร