ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

มูลนิธิศึกษาพัฒน์ โดยท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยาได้สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนหลายภาคส่วน โดยมีความมุ่งหมายในการปรับเปลี่ยนวิธีการพัฒนาบุคลากร ให้เน้นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ผ่านการทำโครงการตามแนวทางการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญา Constructionism แทนการส่งบุคลากรไปเข้าอบรมในห้องเรียนสี่เหลี่ยม การให้โอกาสบุคลกรในระดับปฏิบัติการทำโครงงานตามความสนใจ ทำให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพผ่านโครงงานที่นำเสนอในการช่วยเพิ่มผลผลิตและผลิตภาพขององค์กร การเรียนรู้ผ่านการทดลองลงมือปฏิบัติงานจริง มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรเกิดความรู้ทั้งในเชิงวิชาการและทางปฏิบัติการ เกิดความมั่นใจ ความเชื่อมั่นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ด้วยตนเอง เกิดความรักต่อองค์กร อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้บุคคลากรมีความรัก ความรับผิดชอบต่อชุมชนและประเทศชาติต่อไป

คุณพารณได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของท่าน เมื่อในสมัยเกษียณอายุจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ไว้ว่า “ผมมีความเชื่อมั่นอย่างบริสุทธิ์ใจว่า ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กร คือคนในองค์กร เพราะคนในองค์กรเป็นคนที่จะทำให้เกิดความเจริญงอกงาม ไม่ใช่เครื่องจักรหรือตึกอาคาร” คุณพารณย้ำถึงความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไว้อย่างต่อเนื่องอีกว่า “เมื่อผมเกษียณอายุแล้ว ผมอยากใช้เวลาที่มีอยู่ ทำงานพัฒนาคนไทยให้สู้ได้ในโลกต่อไป เพราะทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย ก็คือคนไทย คือเด็กไทย ผมมีความตั้งใจที่จะพัฒนาคนไทยให้สู้ได้ในโลก เพื่อให้คนไทยมีความสามารถที่จะเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และเรียนรู้กันเป็นกลุ่ม หรือเป็นทีมได้ จนติดนิสัยใฝ่เรียนรู้ไปตลอดชีวิต”

“การเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญานี้ มิใช้เรื่องที่สามารถกระทำให้สำเร็จได้โดยง่ายในเวลาชั่วข้ามคืน จากประสบการณ์ที่ได้ทำงานร่วมกันมา ทำให้ได้เรียนรู้ว่า การนำความเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสม ต้องอาศัยภาคเอกชนเป็นตัวนำ แล้วลงมือปฏิบัติจริงโดยคำนึงถึงภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่เป็นหลัก ด้วยโครงการนำร่องขนาดเล็กในพื้นที่ที่มีความพร้อมให้เกิดเป็นผลสำเร็จ เพื่อสร้างศรัทธาเสียก่อน คือให้เกิดเป็นผลงานที่ดีกว่าที่เคยทำอยู่เดิมเป็นตัวอย่างให้คนมาศึกษาดูงาน และหากเห็นดีเห็นชอบด้วยก็นำไปขยายผลต่อไป”

พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา
ประธานกรรมการมูลนิธิศึกษาพัฒน์

สมาชิกเครือค่ายภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

No. รายชื่อสถาบัน ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ
1 บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) สถานีดาวเทียมไทยคม 63/21 ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 (ประเทศไทย) 02-596-5060
2 มูลนิธิไทยคม 1010 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 02-949-2694
3 บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) อาคารเบทาโกร ทาวเวอร์ (นอร์ธปาร์ค) 323 ถนนวิภาวดีรังสิต, หลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 02 833-8000
4 โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ 53 ถนนเศรษฐศิริ เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 0-2265-7777,
0-2618-6200
5 บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด 279 หมู่ 5 ตำบลบ้านสา อำเภอแจ่ห่ม จังหวัดลำปาง 52120 054-271-500,
054-237-500
SCG KM
SCG Chemicals (C-ChEPC) 1 ถนนปูนซิเมนต์ไทย บางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 02-564-7893
https://www.scg.com/
SCG CBM (Sales & Channel)
SCG Network Management co. ltd
SCG โรงปูนลำปาง
6 บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด 2 อาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์ ชั้น 3 ถ.สุขุมวิท คลองเตย กรุงเทพ 10110 02 794 1000
7 กลุ่มโครงการหลวง (ดอยคำ) เลขที่ ๑๑๗/๑ ถนนพญาไท แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ 02 656 6992
8 ธนาคารกรุงเทพ สํานักงานใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 333 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 0 2645 5555
9 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 962 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100 02-2804085
10 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 18 อาคาร ทรู ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 02-859-1111
11 เทศบาลเมืองล้อมแรด จ.ลำปาง
12 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ
13 สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย

(โครงการ PI-ChEPS)

ชั้น 11 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี 555/2 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 02 – 5370440-8
14 คลัสเตอร์กล้วยไม้
15 AIS

 

โปรเจคที่เคยทำร่วมกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด: โครงการ C-Cement

บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัดได้รับเลือกให้เป็นบริษัทนำร่องในการนำแนวคิด ทฤษฏีการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญา ที่ใช้เทคโนโลโยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ หลักสูตร C-Cement เป็นการออกแบบให้เหมาะสมกับวิถีของคนไทย เป็นการรวมสามหลักสูตร คือ Constructionism, The Fifth Discipline of Learning Organisation และ การพัฒนาสติด้วยการฝึกสมาธิตามวิถีพุทธ มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organisation) โดยใช้หลักการ คิด (Think) – ลงมือปฏิบัติ (Make) – สะท้อนความคิด(Reflection) วนไปเรื่อยๆจนเกิดกระบวนการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง การพัฒนาวินัยส่วนตน พัฒนาจิต ลดอััตตาในตัวตน นับจนถึงปัจจุบัน มีการพัฒนาบุคคลากรของปูนลำปางไปแล้วมากกว่า 21 รุ่น

SCG Chemicals: โครงการ C-ChEPS (Constructionism Chemical- Engineering Practice School)

โครงการ C-ChEPS เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของ SCG Chemicals มูลนิธิศึกษาพัฒน์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อพัฒนาช่างเทคนิคในโรงงานธุรกิจปิโตเคมีให้มีความรู้ และ ควาสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง ทางด้านวิศวกรรมเคมี เพิ่มความสามารถในการควบคุมโรงงานให้มีประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสูงสุด โดยใช้เวลาตลอดหลักสูตรทั้งสิ้น 8 เดือน แบ่งเป็น เรียนรู้หลักการ Learn how to Learn ผ่าน Learning tools ต่างๆ เช่น Meditation, Enneagram, MicroWorlds, Go Go Board, Inno Project เป็นระยะเวลา 1 เดือน และหลังจากนั้นก็เรียนรู้เกี่ยวกับความรู้เฉพาะทางวิศวะกรรมเคมีผ่านการทำ Team Project และ Individual Project ประโยชน์สำหรับการให้ความรู้หลักการ Learn how to Learn คือสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะเป็นนักเรียนรู้ เข้าใจตนเอง เกิดแรงบันดาลใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และเป็นกัลยารมิตรกับเพื่อนร่วมงาน สร้างบรรยากาศการเป็น องค์กรแห่งการเรียนรู้ขึ้นในบริษัท ตลอดระยะเวลา 12 ปีในการดำเนินการ มีผู้เรียนจบหลักสูตรไปเป็นจำนวน 209 คน ซึ่งผู้เรียนเหล่านี้ได้นำสิ่งที่ได้รับไปถ่ายทอดและขยายผลต่อให้กับรุ่นน้อง และผลพลอยได้จากการทำ Project ระหว่างเรียนตลอด 14 รุ่น สามารถประหยัดเงินให้กับบริษัทไปแล้วกว่า 750 ล้านบาท

SCG Network Management จำกัด สำนักงานภาคเหนือ: โครงการ C-distribution

SCG Network Management จำกัด สำนักงานภาคเหนือ ได้มีโครงการ C-distribution ซึ่งให้พนักงานจำนวน 38 คน ทดลองนำแนวคิด Constructionism เข้าไปปรับใช้ในองค์กร โดยให้ผู้บริหารเปลี่ยนบทบาทจากการสั่งงาน มาเป็น Facilitator CEO ทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนอำนวยการ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้ทีมงานได้ออกไปเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง การทำงานเป็นทีมเวิร์ค ส่งเสริมให้พนักงานคิดอย่างเป็นระบบและลงมือทำจริง จากนั้นก็นำกระบวณการเรียนรู้มาแลกเปลี่ยนผ่านเวธี Show and Share การทำงานแบบนี้ทำให้พนักงานในองค์กรเกิดวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม เปิดใจยอมรับความเห็นที่แตกต่าง กล้าเผชิญกับความท้าทาย และมีทักษะการนำเสนอที่ดี นอกเหนือจากนี้ยังส่งผลให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีทางด้านยอดขายผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง ในรอบระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2551 มีผลประกอบการเติบโตกว่า 70%

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์: โครงการ C-Piwat

โครงการ C-Piwat เป็นโครงการต่อยอดจากรูป Work-based Learning ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนนำความรู้ที่เรียนไปต่อยอดสร้างนวัตกรรมในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น โดดยมีเครื่องมือการเรียนรู้หลายชนิด จัดการเรียนการสอนวิชาแกนหลัก โดยออกแบบให้บูรณาการกับธุรกิจจค้าปลีกและจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ใหม่ๆนอกห้องเรียน ส่วนการฝึกปฏิบัติในร้านจัดให้ผู้เรียนทำงานในลักษณะ Project-based สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับร้าน ฝึกให้ผู้เรียนคิดเป็นทำเป็นและคิดอย่างเป็นระบบ โครงการของผู้เรียนที่สร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริหารร้าน เช่น เครื่องหั่นใส้กรอก (ลดเวลาการหั่นไส้กรอก) Autolight (ลดค่าไฟฟ้าในร้าน) มะลิแทนใจ (เพิ่มยอดขาย) เพิ่มช่องทางจำหน่ายข้าวกล่อง (เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า) นอกจากนี้ยังมีการจัดระบบดูแลพฤติกรรมผู้เรียนซึ่งเป็นเยาวชน 15-18 ปีที่เริ่มปฏิบัติงาน เป็นการช่วยลดอัตตราลาออกกลางคัน (Drop out) ของผู้เรียน ทำให้ผู้ปกครองพึงพอใจและลดความสูญเปล่าทางการศึกษาทั้งในแง่องค์กรและประเทศชาติโดยรวม